ร่วมงานกับ KK
 
ข้อมูลธนาคาร > การกำกับดูแลกิจการที่ดี
 
 

ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ทุกฝ่าย ภายใต้กรอบจริยธรรมทางวิชาชีพ และข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน จึงได้จัดให้มี
การประมวล และจัดทำหลักการบรรษัทภิบาลขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารองค์กร
ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการดำเนินการใดๆ กระทำด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึง
ผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย

คณะกรรมการธนาคารยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความจริงใจ และซื่อสัตย์สุจริต
มีการกำหนดนโยบาย แผนงาน กลยุทธ์ การดำเนินงาน และการประเมินผล ตลอดจน
การดำเนินงาน และการกำกับดูแลเรื่องการบริหารความเสี่ยง อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ธนาคารมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคมไทย
ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสังคมโดยรวม

 
คณะกรรมการธนาคารได้กำหนดให้มีนโยบายการกำกับดูแลที่ดีของธนาคาร ดังนี้
 
1. คณะกรรมการ - โครงสร้าง บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ 2. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส 4. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
5. จริยธรรมทางวิชาชีพ    
 
   
   
 
คณะกรรมการธนาคาร
คณะกรรมการธนาคารประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 คน เป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
 
คณะกรรมการธนาคารประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 คน เป็นกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมีคุณสมบัติครบถ้วน โดยความหมายของความอิสระ และคุณสมบัติของกรรมการเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
1.1 องค์ประกอบ หน้าที่ และขอบเขตอำนาจความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคาร และคณะอนุกรรมการ ชุดต่างๆ มีดังนี้
 
คณะกรรมการธนาคาร
องค์ประกอบของคณะกรรมการธนาคาร ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 10 คน ดังนี้
 
(1) นายสุพล วัธนเวคิน ประธานกรรมการ  / กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
(2) นายพิชัย ดัชณาภิรมย์ กรรมการอิสระ
(3) ร.ศ.มานพ พงศทัต กรรมการอิสระ
(4) นายเชษฐ์ ภัทรากรกุล กรรมการอิสระ
(5) นายประวิทย์ วรุตบางกูร กรรมการอิสระ
(6) นายธานินทร์ จิระสุนทร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
(7) นายสุรพล กุลศิริิ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
(8) นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(9) นายประชา ชำนาญกิจโกศล กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
(10) น.ส. ฐิตินันท์  วัธนเวคิน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
  น.ส. พรทิพย์  ชูพระคุณ เลขานุการบริษัท
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคาร
ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหุ้น   คณะกรรมการธนาคารมีบทบาท  หน้าที่  และความรับผิดชอบในการดำเนินกิจการของธนาคารให้มีความมั่นคง มีผลตอบแทนที่ดี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและพึงหลีกเลี่ยงปัญหาในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์  โดยมีขอบเขตอำนาจและหน้าที่  ดังนี้
 
(1) กำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในภาพรวมของธนาคารรวมทั้งพิจารณาอนุมัตินโยบายและทิศทางการดำเนินงานของธนาคารตามที่ฝ่ายจัดการเสนอ และกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับการอนุมัติไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อระวังรักษาผลประโยชน์ของธนาคารและผู้ถือหุ้น รวมถึงกำหนดและอนุมัตินโยบายต่าง ๆ ตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานทางการที่กำกับดูแลกำหนด
   
(2) จัดให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางธุรกิจ จริยธรรมทางธุรกิจ จริยธรรมของกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการและพนักงาน เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติภายในองค์กร
   
(3) กำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการกำหนดและจัดทำระบบการกำกับดูแลกิจการธนาคารที่จำเป็นทั้งตามที่กฎหมายกำหนด และที่จำเป็นตามลักษณะของการประกอบการ พิจารณาอนุมัติระบบการกำกับดูแล ตลอดจนติดตามประสิทธิผลของระบบกำกับดูแลเพื่อให้คำแนะนำฝ่ายจัดการในการปรับปรุง
   
(4) ดูแลให้ฝ่ายจัดการของธนาคารมีการกำหนดนโยบายกระบวนการ และการควบคุมทางด้านการบริหารความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ โดยอย่างน้อยที่สุดจะต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงทางด้านสินเชื่อ การตลาดและการลงทุน สภาพคล่อง การปฏิบัติการ ชื่อเสียง กฎหมาย และกลยุทธ์ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องทำหน้าที่อนุมัตินโยบายดังกล่าว  รวมทั้งทบทวนกลยุทธ์การปฏิบัติงานจริง  และนโยบายในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ
   
(5) ดำเนินการให้ธนาคารมีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ
   
(6) จัดให้มีการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายจัดการ และ/หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญต่อสัดส่วนหรือจำนวนของกรรมการอิสระในคณะกรรมการของธนาคารด้วย
   
(7) พิจารณาแต่งตั้งและกำหนดบทบาทหน้าที่คณะกรรมการชุดย่อยอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของธนาคาร เพื่อช่วยดูแลการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหาร เป็นต้น
   
(8) ดูแลให้ฝ่ายจัดการบอกกล่าวเรื่องที่สำคัญของธนาคารต่อคณะกรรมการ  และมีกระบวนการในการจัดส่งข้อมูลเพื่อให้คณะกรรมการได้รับข้อมูลจากฝ่ายจัดการอย่างเพียงพอที่จะทำให้สามารถปฏิบัติตามอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบได้อย่างสมบูรณ์
   
(9) ให้ความเห็นชอบรายงานทางการเงินประจำปี ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี และการสอบทานของคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว เพื่อขอการรับรองจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และรับทราบความเห็นจากผู้สอบบัญชี (Management Letter) พร้อมความเห็นจากคณะกรรมการบริหาร
   
(10) พิจารณาแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป    
   
(11) ดูแลให้ธนาคารกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการให้สินเชื่อและการลงทุนแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร
   
(12) พิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอของฝ่ายจัดการ ในการกำหนดอำนาจในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ รวมทั้งการจัดซื้อ และค่าใช้จ่าย เพื่อการบริหารงาน เพื่อประโยชน์ของธนาคารภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
   
(13) กำหนดให้กรรมการต้องเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยที่สุดกึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งของการประชุมที่จัดขึ้นในแต่ละปี
 
นอกจากนี้คณะกรรมการธนาคารอาจแสวงหาความเห็นทางวิชาชีพจากที่ปรึกษาภายนอกเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของธนาคารได้ด้วยค่าใช้จ่ายของธนาคาร
   
การประชุมอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
องค์ประชุม ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
การจัดส่งหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการธนาคารและวาระการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
กรรมการทุกคนมีสิทธิจะขอดูหรือตรวจสอบเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ ขอให้ฝ่ายบริหารชี้แจงข้อมูลเหตุผล
 
คณะกรรมการตรวจสอบ
องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 4 คน ดังนี้
 
องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 4 คน ดังนี้
 
(1) นายพิชัย ดัชณาภิรมย์ ประธานกรรมการตรวจสอบ
(2) ร.ศ. มานพ พงศทัต กรรมการ
(3) นายเชษฐ์ ภัทรากรกุล กรรมการ
(4) นายประวิทย์  วรุตบางกูร กรรมการ
  นายเกรียงศักดิ์ ศุกร์คณาภรณ์ เลขานุการ
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ  ได้จัดตั้งขึ้นโดยการอนุมัติของคณะกรรมการธนาคาร  เพื่อเป็นองค์กรอิสระที่จะให้การสนับสนุน และปฏิบัติการในนามของคณะกรรมการธนาคารเพื่อสอบทานข้อมูลทางการเงินที่เสนอแก่ผู้ถือหุ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น สอบทานระบบการควบคุมภายในที่ฝ่ายจัดการและคณะกรรมการธนาคารกำหนดให้มีขึ้น และกระบวนการตรวจสอบภายใน และการสื่อสารกับผู้สอบบัญชีของธนาคาร เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบสามารถปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ที่คณะกรรมการธนาคารมอบหมาย  คณะกรรมการตรวจสอบมีขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
 
(1) สอบทานให้ธนาคารมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ   
   
(2) สอบทานให้ธนาคารมีระบบการควบคุมภายใน (Internal control) และระบบการตรวจสอบภายใน  (Internal audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
   
(3) พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของธนาคาร และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
   
(4) พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของธนาคาร รายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อธนาคาร
   
(5) กำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรตาม ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและต้องเปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นทราบในรายงานประจำปีของธนาคาร
   
(6) จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของธนาคาร ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
   
(ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของธนาคาร
(ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของธนาคาร
(ค) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของธนาคาร
(ง) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
(จ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(ฉ) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
(ช) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter)
(ซ) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธนาคาร
   
(7) รายงานต่อคณะกรรมการเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควรในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำ ดังต่อไปนี้
   
(ก) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(ข) การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
(ค)

การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน  กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของธนาคารและหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่น ๆ หากคณะกรรมการหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตามที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องเปิดเผยการกระทำดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี และรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ หรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


(8)

คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจในการตรวจสอบ และสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง และเรื่องที่เกี่ยวข้องภายในขอบเขตของอำนาจและหน้าที่  คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีอำนาจในการว่าจ้าง หรือนำเอาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยงานตรวจสอบ และสอบสวนได้ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาว่าเหมาะสม
   
(9)  เมื่อมีความจำเป็นคณะกรรมการตรวจสอบอาจเชิญฝ่ายจัดการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและให้ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องได้
   
(10) ประสานงานกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มีการปฏิบัติงานเป็นไปตามกรอบนโยบายการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร
   
(11) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

การประชุมอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
องค์ประชุม  จะต้องประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
คณะกรรมการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกำกับกิจการ
องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 4 คน ดังนี้
 
องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการ จำนวน 4 คน ดังนี้
 
(1) นายเชษฐ์ ภัทรากรกุล ประธานกรรมการ
(2) นายประวิทย์ วรุตบางกูร กรรมการ
(3) นายธานินทร์ จิระสุนทร กรรมการ
(4) น.ส. พรทิพย์ ชูพระคุณ กรรมการ
  นายพงษ์พันธุ์ สุขยางค์ เลขานุการ
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
 
(1) กำกับดูแลให้ธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน มีการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับมาตรฐานแนวปฏิบัติที่บังคับใช้กับธุรกรรมต่าง ๆ รวมถึงประเพณีที่ถือปฏิบัติในตลาด มาตรฐานในวิชาชีพ บทบัญญัติเกี่ยวกับการกับดูแลที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล และนโยบายด้านการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance Policy) โดยผ่านหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
   
(2) กำหนดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ( Compliance) และการกำกับดูแลกิจการ ( Good Governance) ที่มีประสิทธิภาพ และมีความเป็นอิสระ
   
(3) อนุมัติแผนงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ประจำปี (Annual Compliance Plan) ของหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ให้มีการดำเนินการตามแผนงานประจำปี เป็นไปอย่างครบถ้วนและบรรลุผลที่กำหนดไว้
   
(4) พิจารณาให้ความเห็นต่อรายงานการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ประจำปี (Annual Compliance Report) เพื่อรายงานให้คณะกรรมการธนาคารทราบ ก่อนนำส่งหน่วยงานทางการที่กำกับดูแลภายในระยะเวลาที่กำหนด
   
(5) พิจารณากำหนดข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับคณะกรรมการธนาคารหรือคณะกรรมการชุดย่อย รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน บทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน
   
(6) พิจารณาให้ความเห็นชอบการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้ายและประเมินผลงานหัวหน้าหน่วยงานการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์

การประชุม อย่างน้อย 1 เดือนครั้ง
องค์ประชุม ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
องค์ประกอบคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ดังนี้
 
องค์ประกอบคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ดังนี้
 
(1) นายสุพล วัธนเวคิน ประธานกรรมการ
(2) นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการ
(3) นายประชา ชำนาญกิจโกศล กรรมการ
(4) น.ส. ฐิตินันท์ วัธนเวคิน กรรมการ
(5) นายศราวุธ จารุจินดา กรรมการ
(6) นายปฐม อมรเดชาวัฒน์ กรรมการ
(7) นายชวลิต จินดาวณิค กรรมการ
  นายศิวพงษ์ พลังตระกูล เลขานุการ
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ ของคณะกรรมการ
 
(1) กำหนดนโยบายเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงโดยรวม ซึ่งต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงจากตลาด ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงของกิจการ เป็นต้น
   
(2) วางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ให้สามารถประเมิน ติดตามผล และกำกับดูแลปริมาณความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม   รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการกันสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้น
   
(3) ทบทวนความเพียงพอของนโยบายและระบบการบริหารความเสี่ยง โดยรวมถึงความมีประสิทธิผลของระบบ และการปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนด
   
(4) รายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการธนาคารอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับนโยบายและหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงที่กำหนด  และแจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อทราบ
   
5)

พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือเกี่ยวกับการให้สินเชื่อ การก่อภาระผูกพัน และการทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อที่สอดคล้องกับกรอบการบริหารความเสี่ยงที่ธนาคาร และทางการกำหนด  รวมทั้งการพิจารณากลั่นกรองนโยบายการให้สินเชื่อ เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการธนาคารต่อไป

   
6) พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน เพื่อช่วยดูแลงานที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง และ/หรืองานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธนาคารที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี
   
7)  กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการธนาคาร ตามที่ได้รับมอบหมาย
 
การประชุม อย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
องค์ประชุม  ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 3 คน ดังนี้
องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 3 คน ดังนี้
 
(1) ร.ศ. มานพ พงศทัต ประธานกรรมการ
(2) นายเชษฐ์ ภัทรากรกุล กรรมการ
(3) นายสุรพล กุลศิริ กรรมการ
  น.ส. นุจรี ศิษฏศรีวงศ์ เลขานุการ
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ ของคณะกรรมการ
 
(1) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหากรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการ  ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป เพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ
   
(2)

ดูแลให้คณะกรรมการธนาคารมีขนาดและองค์ประกอบที่เหมาะสมกับองค์กร รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป   โดยคณะกรรมการธนาคารจะต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ

   
(3) เปิดเผย หลักเกณฑ์การสรรหา และรายละเอียดของกระบวนการสรรหาในรายงานประจำปีของธนาคาร
   
(4) กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน และผลประโยชน์อื่นที่ให้แก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูง  ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป
   
(5) ดูแลให้กรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ  โดยกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นควรได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายนั้น
   
(6) กำหนดแนวทางการประเมินผลงานของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ขึ้นไป เพื่อพิจารณาปรับผลตอบแทนประจำปีโดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องรวมถึงความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นในระยะยาวประกอบการพิจารณาในการประเมินผล
   
(7) เปิดเผยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทน และเปิดเผยค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดทำรายงานการกำหนดค่าตอบแทน  และความเห็นของคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี
   
(8) กำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการมีการวางแผนและดำเนินการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไปต่อคณะกรรมการธนาคาร

การประชุม อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
องค์ประชุม  ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
คณะกรรมการบริหาร
องค์ประกอบคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 13 คน  โดย นายสุพล วัธนเวคิน
เป็นที่ปรึกษา ดังนี้ 
องค์ประกอบคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 13 คน  โดย นายสุพล วัธนเวคิน เป็นที่ปรึกษา ดังนี้ 
 
(1) นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล ประธานกรรมการ
(2) นายประชา ชำนาญกิจโกศล กรรมการ   
(3) น.ส. ฐิตินันท์ วัธนเวคิน  กรรมการ
(4) นายศราวุธ จารุจินดา   กรรมการ   
(5) นายปฐม อมรเดชาวัฒน์ กรรมการ   
(6) นายชวลิต จินดาวณิค  กรรมการ
(7) น.ส. นุจรี ศิษฏศรีวงศ์ กรรมการ   
(8) นางภิรดี จงศิริวรรณชัย กรรมการ   
(9) นายวีระศักดิ์ ตันตินิกร   กรรมการ   
(10) นายสมเกียรติ พงศ์จรรยากุล กรรมการ   
(11) นายสาธิต บวรสันติสุทธิ์  กรรมการ   
(12) นายสิริ เสนาจักร์   กรรมการ   
(13) นางสุวรรณี วัธนเวคิน   กรรมการ   
  น.ส. พรทิพย์ ชูพระคุณ  เลขานุการ
 
ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ ของคณะกรรมการ
 คณะกรรมการบริหารในฐานะผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธนาคาร  ในการกำหนดกลยุทธ์   แผนการดำเนินงาน   กำกับการบริหารงานของผู้บริหารให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล คณะกรรมการธนาคารจึงกำหนดขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารดังนี้ 
(1) กำหนด แผนการดำเนินงาน งบประมาณ ให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมายและแผนกลยุทธ์ เพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการธนาคาร และกำกับดูแลการบริหารงานของผู้บริหารให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน
   
(2)

กำหนดโครงสร้างองค์กรที่อยู่ในความรับผิดชอบ และกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารระดับต่ำกว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่

   
(3) อนุมัติการลงทุน การจัดซื้อ และค่าใช้จ่ายของธนาคารตามแผนการดำเนินงานที่ได้รับอนุมัติ
   
(4) กำหนดให้มีระบบการทำงาน ระเบียบ และกระบวนการปฏิบัติงาน การควบคุมภายใน ให้มีประสิทธิภาพ
   
(5) กำกับดูแลการบริหารงานให้เป็นไปตามกรอบความเสี่ยงที่กำหนดโดย คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์ สินเชื่อ การตลาด การลงทุน สภาพคล่อง การปฏิบัติงาน ชื่อเสียง และกฎหมาย
   
(6) กำกับดูแลผู้บริหาร พนักงาน ให้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางธุรกิจ จริยธรรมทางวิชาชีพ
   
(7) แต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งหรือหลายคณะ  เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรอง  พิจารณาอนุมัติงานเฉพาะด้านตามที่กำหนดแทนคณะกรรมการบริหาร
   
(8)  จัดทำรายงานการบริหารงานการดำเนินงานให้คณะกรรมการธนาคารรับทราบเป็นรายไตรมาส
  นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารอาจแสวงหาความเห็นทางวิชาชีพจากที่ปรึกษาภายนอก เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของธนาคารได้ ด้วยค่าใช้จ่ายของธนาคาร

การประชุม อย่างน้อย 1 เดือนครั้ง
องค์ประชุม  ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
คณะกรรมการสินเชื่อรายใหญ่และทรัพย์รอขาย 
    องค์ประกอบคณะกรรมการสินเชื่อรายใหญ่และทรัพย์รอขาย  ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 4  คน
    

 


(1) นายธวัชไชย  สุทธิกิจพิศาล    ประธานกรรมการ
(2) นายสุรพล  กุลศิริ  กรรมการ
(3) นายประชา  ชำนาญกิจโกศล กรรมการ
(4) นายศราวุธ  จารุจินดา กรรมการ
  น.ส.กชกร  สุขจรัญ เลขานุการ

ขอบเขตอำนาจ และหน้าที่ ของคณะกรรมการ
 
(1) พิจารณา และให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์สินเชื่อ สินเชื่อปรับโครงสร้างหนี้ และทรัพย์รอขาย เสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
(2) พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ สินเชื่อปรับโครงสร้างหนี้ อนุมัติการขายทรัพย์สินรอขายรายใหญ่ 
และกำหนดราคาทรัพย์สินที่จะซื้อจากการขายทอดตลาด และใช้สิทธิคัดค้านตามวงเงินที่กำหนด
(3) อนุมัติค่าใช้จ่ายและการดำเนินการเกี่ยวกับคดีความของลูกหนี้ที่อยู่ในอำนาจอนุมัติ
 
  • การประชุม อย่างน้อย 1 เดือนครั้ง
  • องค์ประชุม  ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
  • มติที่ประชุม ใช้เสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุม
 

   
   
 
2.1 การประชุมผู้ถือหุ้น
 
คณะกรรมการธนาคารจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายใน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดของ
รอบปีบัญชี โดยจัดทำเป็นหนังสือนัดประชุม ประกอบด้วยวาระการประชุม ที่มีรายละเอียดข้อเท็จจริงและเหตุผล
ความเห็นคณะกรรมการธนาคารในแต่ละวาระ จัดส่งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม
และโฆษณาคำบอกกล่าว นัดประชุมในหนังสือพิมพ์ ติดต่อกัน 3 วันก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน ทุกครั้งก่อนการ
ประชุมมีการแถลง ให้ผู้ถือหุ้น ได้รับทราบวิธีการออกเสียงลงคะแนน ในระหว่างการประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น
แสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามใดๆ อย่างเท่าเทียมกัน ในที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม โดยมีคณะกรรมการ
ธนาคารผู้บริหาร และผู้สอบบัญชีเข้าร่วมชี้แจงตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารอาจเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้ ในทำนองเดียวกัน
ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าชื่อทำหนังสือขอให้คณะกรรมการธนาคาร เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อใดก็ได้ตามข้อบังคับ
ของธนาคารที่กำหนดไว้ ในกรณีนี้คณะกรรมการธนาคารต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่
ได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น
 
2.2 ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
 
คณะกรรมการธนาคารถือเป็นหน้าที่ในการดูแลให้ผู้บริหารและพนักงานทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความสำนึก
ในหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อผลของการปฏิบัติ เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นมีความเชื่อมั่นและยอมรับ ในการตัดสินใจว่า
การดำเนินการใดๆ กระทำด้วยความเป็นธรรมและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย

นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นยังสามารถใช้สิทธิในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของตนด้วยการแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ
และออกเสียงลงมติร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งการเลือกตั้งคณะกรรมการธนาคารและ
กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การจัดสรรกำไรและการจ่ายเงินปันผล การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทน
ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยธนาคารต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริงถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้
 
2.3 การเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
 
ธนาคารตั้งมั่นในความยุติธรรมและความมีคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่อง
ในการดำเนินธุรกิจ อันได้แก่ ผู้บริหารและพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า และสังคมส่วนรวม โดยไม่เลือก
ปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใดอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ใช้วิจารณญาณหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวตัดสิน และให้โอกาสเท่าเทียมกันโดย
ไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือเพศ เฉพาะอย่างยิ่งธนาคารตระหนักถึงความรับผิดชอบ ที่พึงมีต่อสังคมและ
ชุมชน จนถือเสมือน เป็นภารกิจหลักที่จะสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ในการพัฒนาสังคมและชุมชน
ดังนี้
 
การปฏิบัติต่อผู้บริหารและพนักงาน
ธนาคารสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เข้ามาทำงานโดยยึดหลักความเสมอภาค
และพัฒนาบุคลากร ให้มีขีดความสามารถในทางบริหารและการจัดการอย่างต่อเนื่อง การพิจารณา
ค่าตอบแทน และผลประโยชน์เป็นไปตามความสามารถ และผลงานที่เทียบเคียงได้กับธนาคารในระดับ
เดียวกันรวมทั้งการเคารพสิทธิพื้นฐานและการเก็บรักษาความลับข้อมูลส่วนตัว
   
การปฏิบัติต่อลูกค้า
ธนาคารมุ่งจัดหาบริการที่ดีและเหมาะสม พร้อมการให้บริการอย่างผู้มีความเชี่ยวชาญภายใต้ราคาที่เป็นธรรม
   
การปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้
ธนาคารปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาธุรกิจที่ได้รับผลตอบแทนที่
เป็นธรรมต่อทั้ง 2 ฝ่าย และปฏิบัติตามสัญญาที่ผูกพันอย่างตรงไปตรงมา กรณีมีความเห็นหรือ
ข้อขัดแย้งให้มีการเจรจาแก้ปัญหา และหาทางออกให้ลุล่วงไป โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
ที่ดีต่อกันในระยะยาว
   
การปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า
ธนาคารปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและหลักจรรยาบรรณที่ดีทางธุรกิจ
   
การปฏิบัติต่อสังคมและส่วนรวม
ธนาคารปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริม
การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดำเนินภารกิจด้วยความ
รับผิดชอบและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่สังคม ชุมชน ท้องถิ่นต่างๆ
   
   
   
 
ธนาคารมีนโยบายที่ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยสารสนเทศของธนาคาร ทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน และสารสนเทศที่ไม่ใช่ทางการเงิน โดยผ่านช่องทางและสื่อสารเผยแพร่ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   เว็บไซต์ของธนาคาร (www.kiatnakin.co.th) และหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์
 
3.1 ความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน
 
ธนาคารให้ความมั่นใจต่อผู้ลงทุนในการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญของธนาคารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส และเท่าเทียมกันทั้งข้อมูลทางการเงินผลการดำเนินงานและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กฎหมายและกรอบข้อบังคับระเบียบ

วิธีปฏิบัติของธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันมิให้ความลับทางการค้ารั่วไหลไปยังคู่แข่งทางการค้าโดยธนาคารจัดให้มีหน่วยงาน เกี่ยวกับ "นักลงทุนสัมพันธ์" เป็นผู้รับผิดชอบดูแลในการติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการชี้แจง พบปะ และตอบข้อซักถามโดยผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร ด้วย
 
3.2 ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์
 
ธนาคารมีข้อกำหนดในข้อบังคับของธนาคารเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของธนาคาร หรือของบริษัทย่อยตามความหมายของประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารหรือบริษัทย่อยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประกาศดังกล่าว

นอกจากนี้ธนาคารยังได้กำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติในคู่มือจริยธรรมทางวิชาชีพ สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ไม่พึงปฏิบัติในลักษณะที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับธนาคาร โดยกรรมการ ผู้บริหาร ต้องไม่ทำธุรกรรมใดๆ ที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับธนาคาร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าจะด้วยการกระทำของตนเอง หรือร่วมกับสมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิด เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่เหมาะสมที่อาจเกิดขึ้น การเปิดเผยความสัมพันธ์ ของบุคคลที่เกี่ยวโยงที่อาจก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
 
3.3 การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
 
ธนาคารกำหนดไว้ในคู่มือจริยธรรมทางวิชาชีพของธนาคาร ห้ามไม่ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของธนาคารนำข้อมูลจำเพาะซึ่งเป็นข้อมูลภายในของธนาคารไปใช้เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือส่งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อื่นเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ และผู้มีหน้าที่นำข้อมูลจำเพาะดังกล่าวไปใช้ ต้องระมัดระวังไม่ให้ผู้อื่นได้ยิน ลอบฟัง ดักฟัง หรือบันทึกเสียง อีกทั้งไม่ควรสนทนา ในที่สาธารณะผ่านเครื่องมือสื่อสาร หรือสนทนากับสมาชิกในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด อันนำไปสู่การเปิดเผยต่อผู้อื่นได้
 
   
   
   
 
4.1 ระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน
 
ธนาคารกำหนดให้มีการสอบทาน และรายงานเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในโดยผู้บริหารที่รับผิดชอบ และให้มีการตรวจสอบภายใน โดยหน่วยงานสายตรวจสอบภายใน ที่เป็นอิสระขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อควบคุมการบริหารงานภายในธนาคารให้มีความมั่นใจว่าผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งคู่มือปฏิบัติงาน คู่มืออำนาจอนุมัติของธนาคารอย่างเคร่งครัด โดยการดำเนินการต่างๆ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ
 
4.2 การบริหารความเสี่ยง
 
ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ได้ตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงโดยจัดให้มีวิธีการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลพื่อทำการประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร และหามาตรการในการกำจัด ป้องกัน และควบคุมความเสี่ยงเหล่านั้น ตลอดจนประเมินประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยง ติดตามสถานการณ์และเหตุปัจจัยของความเสี่ยง
 
   
   
   
 
เพื่อให้การทำงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานธนาคารเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมีคุณธรรม ธนาคารได้จัดทำคู่มือ จริยธรรมทางวิชาชีพและข้อพึงปฏิบัติ ในการทำงานขึ้นเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และช่วยกันธำรงไว้เพื่อชื่อเสียงที่ดี และความภาคภูมิใจของพนักงาน อันนำไปสู่การเป็นองค์กรที่มีระบบการกำกับดูแลที่ดี โดยธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ใช้หลักจริยธรรมตามคู่มือนี้ อย่างสม่ำเสมอในทุกกรณีจนกลายเป็นหลักประจำใจในการทำงาน

นอกจากนี้ธนาคารยังได้ดำเนินการจัดคู่มือจริยธรรมนี้เพื่อการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ จัดฝึกอบรม รณรงค์และสนับสนุนให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง ติดตามประเมินผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการธนาคาร
 
   
 


 
Back
   
นโยบายความเป็นส่วนตัว/ข้อตกลงการใช้บริการ | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา/ร้องเรียน/เสนอแนะ
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) 500 อาคาร อัมรินทร์ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ +(66)2680-3333, โทรสาร +(66)2256-9933, สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2550 ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)