กองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ (PHATRA PGE)

กองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ (PHATRA PGE)
  • 18 มิ.ย. 2562
  • 862

กองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้

PHATRA PGE

เป็นกองทุน Feeder Fund สำหรับลงทุนในกองทุนรวมหลักเพียงกองเดียวคือ iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก) โดยลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI ACWI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนอัตราผลตอบแทนของตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว รวมถึงกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)

ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive กองทุนหลักจะเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นตัวแทนขององค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงเพื่อสะท้อนการลงทุนให้เหมือนดัชนีอ้างอิง (Representative Sampling)

ระดับความเสี่ยงกองทุน : ระดับ 6

จำนวนเงินขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป : 1,000 บาท

ซื้อได้ที่

สามารถซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม บลจ.ภัทร
ได้ที่ธนาคารเกียรตินาคิน ทุกสาขา โทร 02 165 5555

คำเตือน/ข้อแนะนำ

  • ผลตอบแทนของกองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ จะขึ้นอยู่กับกองทุนหลักที่กองทุนลงทุน ดังนั้น หากผลตอบแทนของกองทุนหลักได้รับผลกระทบในทางลบจากปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนของกองทุนนี้ ผู้ลงทุนอาจมีโอกาสได้รับเงินคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
  • เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศที่กองทุนไปลงทุนด้วย
  • กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares MSCI ACWI ETF (กองทุนหลัก) ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกองทุน ETF เช่น ความเสี่ยงของชนิดทรัพย์สิน (Asset Class Risk) ความเสี่ยงที่เกิดจากการมีผู้ร่วมค้าหน่วยลงทุนจำนวนน้อยราย (Authorised Participant Concentration Risk) ความเสี่ยงที่เกิดจากการกระจุกตัว (Concentration Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) ความเสี่ยงของตราสารทุน (Equity Securities Risk) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับดัชนี (Index-Related Risk) ความเสี่ยงของผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Risk) ความเสี่ยงในการบริหาร (Management Risk) ความเสี่ยงของตลาด (Market Risk) ความเสี่ยงที่เกิดจากการบริหารเชิงรับ (Passive Investment Risk) ความเสี่ยงด้าน Tracking Error (Tracking Error Risk) เป็นต้น ผู้ลงทุนโปรดศึกษารายละเอียดความเสี่ยงได้จากหัวข้อ “ข้อมูลความเสี่ยงของกองทุน”
  • กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อให้มีผลตอบแทนเป็นไปตามดัชนีอ้างอิง หรือเพื่อลดต้นทุนธุรกรรม (Transaction Cost) แต่จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมที่ลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง ผู้ลงทุนควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และควรคำนึงถึงประสบการณ์การลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน ฐานะการเงินของผู้ลงทุนเอง และผู้ลงทุนสามารถยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้
  • กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก และมีสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐเป็นสกุลเงินฐาน (Base Currency) ทั้งนี้กองทุนหลักไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น การที่กองทุนไทยไปลงทุนในกองทุนหลัก จึงอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐกับเงินสกุลอื่นได้
  • ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 กองทุนต่างประเทศ (กองทุน iShares MSCI ACWI ETF) มีการลงทุนในตราสารในประเทศสหรัฐอเมริกาในสัดส่วน 73% ดังนั้น หากผู้ลงทุนพิจารณาแล้วเห็นว่า การลงทุนดังกล่าวเมื่อรวมกับเงินลงทุนในพอร์ตการลงทุนทั้งหมดของผู้ลงทุน จะทำให้การลงทุนมีการกระจุกตัวในประเทศนั้นๆ ก็ควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย (https://www.blackrock.com)
  • กองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเกือบทั้งหมด คือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้ลงทุนควรพิจารณาค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมและที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน เช่น ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) เป็นต้น เนื่องจากค่าธรรมเนียมมีผลกระทบต่อผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ ดังนั้นผู้ลงทุนควรพิจารณาการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวก่อนการลงทุน
  • เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งวันหยุดทำการของกองทุนหลักที่กองทุนไปลงทุน อาจจะไม่ตรงกับวันหยุดทำการของประเทศไทย จึงอาจส่งผลกระทบต่อการส่งคำสั่งซื้อ/ขายคืน/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน และ/หรือระยะเวลาในการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วย/ผู้ลงทุน
  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผู้ลงทุนควรลงทุนใน กองทุนเปิดภัทร พาสซีฟ โกลบอล อิควิตี้ เมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุนเปิดนี้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของผู้ลงทุน และผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ และโปรดศึกษาคำเตือนอื่นเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุน
  • เว้นแต่บริษัทจัดการจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะไม่รับเปิดบัญชีกองทุน เพื่อเป็นลูกค้าในความดูแลของบริษัทจัดการเพิ่มเติม ตั้งแต่วันทำการที่บริษัทจัดการกำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยการไม่รับเปิดบัญชีกองทุนข้างต้น ในหนังสือชี้ชวน หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือติดประกาศที่สำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และ/หรือ ตามวิธีการอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้เปิดบัญชีกองทุนไว้กับบริษัทจัดการก่อนหน้าวันที่บริษัทจัดการไม่รับเปิดบัญชีกองทุนเพิ่มเติม สามารถทำธุรกรรมกับบริษัทจัดการได้ตามปกติ
  • บริษัทจัดการและหรือผู้สนับสนุนการขาย และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการแต่งตั้ง อาจพิจารณาขอข้อมูล เอกสาร หลักฐาน เพิ่มเติมจากผู้สนใจลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุน หรือบุคคลทีเกี่ยวข้องกับผู้ลงทุนตามคำจำกัดความของกฎหมายหรือตามที่หน่วยงานทีมีอำนาจกำหนด ทั้งก่อน และหรือภายหลังการลงทุนในกองทุนไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทยและประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง และหรือแนวปฏิบัติภายในของ บลจ.ภัทร หรือของหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหลัก หรือเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ หรือการตีความ หรือการสั่งการของหน่วยงานที่มีอำนาจ ทั้งนี้ บริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนมีหน้าที่ต้องทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า (Know Your Client: KYC) แล การพิสูจน์ทราบลูกค้า (Client Due Diligence : CDD) โดยผู้สั่งซื้อหน่วยลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนมีหน้าที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับการรู้จักตัวตนของลูกค้า (KYC) แล การพิสูจน์ทราบลูกค้า (CDD) ให้บริษัทจัดการและหรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทราบ ตามแนวทางปฏิบัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดังกล่าว บริษัทจัดการและหรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ครอบคลุมทั้งการเปิดบัญชีเพื่อใช้บริการใหม่  การทำธุรกรรมของลูกค้าเดิม และการทบทวนข้อมูลลูกค้าให้เป็นปัจจุบันเป็นระยะ ๆ รวมทั้งการดำเนินการอื่นๆ ตามทีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินกำหนดแนวทาง
# อื่นๆ ที่น่าสนใจ
โปรโมชั่น
บทความที่เกี่ยวข้อง